
หากคุณกำลังมองหา ที่เที่ยวกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานทั้งศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิวแม่น้ำ คาเฟ่สวย และจุดถ่ายรูปเก๋ ๆ ที่ไปได้แบบวันเดียวครบ บทความนี้รวมทุกโซนเด่นของกรุงเทพฯ ไว้ให้แล้ว! ตั้งแต่เกาะรัตนโกสินทร์สุดคลาสสิก ริมเจ้าพระยาสุดโรแมนติก ย่านชุมชนดั้งเดิมในฝั่งธนฯ ไปจนถึงกลางกรุงที่เดินทางง่าย ใกล้รถไฟฟ้า อัปเดตใหม่ปี 2025 พร้อมแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยวในแต่ละจุด
ที่เที่ยวกรุงเทพ โซน “เกาะรัตนโกสินทร์” เช้า–บ่าย
หากใครต้องการสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในช่วงยุคแรกก็ต้องไม่พลาดเกาะรัตนโกสินทร์ แหล่งสถาปัตยกรรมไทยที่ยังคงสวยงามไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือพระราชวังก็ตาม การเดินเที่ยวแถวนี้เหมือนได้ย้อนเวลาไปดูกรุงเทพฯ ในยุคเก่าที่ยังมีชีวิตชีวา
1. วัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม)

วัดนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และศิลปกรรมไทยที่สูงสุดที่ไม่ว่าใครที่มาเยือนกรุงเทพฯ ต้องไม่พลาด เพราะนอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศแล้ว ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมไทยกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ทุกองค์ประกอบของวัด ทั้งยักษ์ที่เฝ้าประตู หรือภาพจิตรกรรมที่เล่าเรื่องราวรามเกียรติ์ต่างสะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งด้วยสีสันและความหมายที่ซ่อนอยู่
แนะนำเวลา: 8:30 – 10:00 น.
พิกัด: พระบรมมหาราชวัง พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/CGzKETUDX44bvciE9
เวลาเปิดทำการ: 8:30 – 15:30 น. ทุกวัน
ค่าเข้าชม: ชาวไทยเข้าชมฟรี / ชาวต่างชาติ 500 บาท
แต่งกาย: สุภาพ ปิดไหล่ – เข่า
เว็บไซต์: grandpalacethailand.com
2. เสาชิงช้า
เสาชิงช้าแลนด์มาร์กสีแดงสดกลางกรุงเทพฯ ที่ใครมาแล้วต้องแวะถ่ายรูป ตั้งตระหง่านอยู่หน้าวัดสุทัศนเทพวราราม สัญลักษณ์แห่งประวัติศาสตร์และความเชื่อโบราณ เสาชิงช้านี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาเพื่อใช้ในพิธีเสี่ยงทายตามความเชื่อทางศาสนาฮินดู ที่เกี่ยวข้องกับการขอคำตอบจากฟ้าดินและเทพเจ้า แม้ปัจจุบันจะไม่มีการจัดพิธีนี้แล้ว แต่เสาชิงช้าก็ยังคงเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่สะท้อนเสน่ห์วัฒนธรรมไทยโบราณได้อย่างชัดเจน

แนะนำเวลา: 10:00 – 11:30 น.
พิกัด: ถ.ดินสอ แขวง บางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/qtUv3oLSgB37qGKb6
เวลาเปิดทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: เข้าฟรี
เว็บไซต์: –
3. ท่ามหาราช
ที่เที่ยวกรุงเทพ คอมมูนิตี้มอลล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่นี่โดดเด่นด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ดีไซน์เก๋ รวมทั้งวิวแม่น้ำที่สามารถนั่งชมเรือข้ามฟากไปมาได้อย่างเพลินตา นอกจากนี้ยังใกล้วัดพระแก้ว สามารถเดินเท้าต่อกันได้อย่างสะดวกสบาย ความพิเศษของท่ามหาราชคือการได้สัมผัสบรรยากาศชีวิตชาวกรุงเทพฯ ที่ยังผูกพันกับแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด เดินเล่นริมท่า สูดอากาศเย็นสดชื่น พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดินที่สร้างความโรแมนติกใจกลางเมือง

แนะนำเวลา: 12:00 – 14:00 น.
พิกัด: ท่ามหาราช 1/11 ตรอกมหาธาตุ ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/BwRU4fAdj5waCYdTA
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 10:00 – 21:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
เว็บไซต์: thamaharaj.com / Tha Maharaj
2. เที่ยวโซน “ริมแม่น้ำเจ้าพระยา” บ่าย – เย็น
พักสายตากับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา เดินเล่นชิลล์ริมฝั่งน้ำ พร้อมสัมผัสงานศิลป์ ช้อปของดี และชมพระอาทิตย์ตกในบรรยากาศโรแมนติก แม่น้ำสายนี้ไม่ใช่แค่เส้นทางหลักของประเทศ แต่ยังเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน การท่องเที่ยวริมแม่น้ำจึงมีครบทั้งแหล่งช้อปปิ้งสุดหรูและตลาดนัดย้อนยุคที่เต็มไปด้วยเสน่ห์
4. ไอคอนสยาม (ICONSIAM)
ที่เที่ยวกรุงเทพ ศูนย์การค้าระดับโลกที่ผสานวัฒนธรรมไทยกับความทันสมัย มีโชว์น้ำพุเทคโนโลยีสุดตระการตา และพื้นที่จัดแสดงศิลปะหัตถกรรมไทย รวมทั้งร้านแบรนด์เนมหรู ตลาดน้ำไทยจำลอง และพิพิธภัณฑ์ ICONCRAFT เหมาะสำหรับพักผ่อนและชมวิวพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสวยงาม
![]()
แนะนำเวลา: 14:00 – 17:00 น.
พิกัด: 299 ถ. เจริญนคร แขวงคลองต้นไทร คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/Eg4E2UU3bG5gcxSV7
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 10:00 – 22:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: รองรับมากกว่า 5,000 คัน
เว็บไซต์: www.iconsiam.com / ICONSIAM
โทร: 02-495-7000
5. เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์
เอเชียทีค จุดเช็คอินที่พลาดไม่ได้สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อน ถ่ายรูปกับสตรีทอาร์ตและไฟประดับที่สวยงามและมีชีวิตชีวา ที่นี่เป็นตลาดกลางคืนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดในไทย ผสานความคลาสสิกของตลาดนัดไทยกับความทันสมัยในโกดังเก่าที่แปลงโฉมใหม่ มีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และกิจกรรมมากมาย ไฮไลต์คือชิงช้าสวรรค์ “Asiatique Sky” ที่ชมวิวกรุงเทพฯ แบบ 360 องศาที่เต็มไปด้วยแสงไฟอบอุ่นและลมเย็นจากแม่น้ำ

แนะนำเวลา: 17:00 – 20:00 น.
พิกัด: 2194 เจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/5TnAVE96EHxdf1tz9
เวลาเปิดทำการ: 16:00 – 00:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี (ชิงช้าสวรรค์ 250 บาท)
ที่จอดรถ: ฟรี
เว็บไซต์: www.asiatique-sky.com
Facebook: Asiatique The Riverfront Destination
โทร: 092-246-0812
6. ล้ง 1919
ล้ง 1919 ศาลเจ้าและพื้นที่ศิลปะจีนโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถูกฟื้นฟูให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมจีน – ไทย ผสมผสานสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมกับความทันสมัย มีทั้งโซนศิลปะ ร้านกาแฟ และนิทรรศการหมุนเวียน เหมาะกับผู้ที่อยากสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบและไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ที่นี่เล่าเรื่องราวชุมชนจีนกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัวและน่าประทับใจ

แนะนำเวลา: 14:00 – 16:00 น.
พิกัด: 248 ถนน เชียงใหม่ แขวงคลองสาน คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
แผนที่:
เวลาเปิดทำการ: 8:00 – 18:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: จอดตามถนนใกล้เคียง
เว็บไซต์: Lhong 1919 / lhong1919.com
โทร: –
7. ตลาดน้อย
หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบเดินเล่นช้า ๆ ในย่านชุมชนเก่าที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ตลาดน้อยก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด ที่นี่อยู่ท่ามกลางอาคารเก่า มีผนังบ้านที่กลายเป็นผืนผ้าใบให้ศิลปินถ่ายทอดวิถีชีวิตผ่านสตรีทอาร์ต บรรยากาศเงียบสงบที่หาไม่ได้ง่ายในเมืองหลวง คาเฟ่สวยสไตล์วินเทจซ่อนตัวอยู่ในมุมต่าง ๆ ของย่านนี้ ทำให้ตลาดน้อยเป็นอีกหนึ่งมุมกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานความเก่าแก่ ความชิค และความเรียบง่ายได้อย่างลงตัว ไม่ควรพลาดสำหรับสายสโลว์ไลฟ์และคนรักศิลปะเมืองเก่า

แนะนำเวลา: 9:30 – 11:30 น.
พิกัด: 22 ถ. เจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/ERMsxMYY3UGFk7c96
เวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน (ร้านค้าแต่ละร้าน 9:00-17:00 น.)
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: สามารถจอดบริเวณถนนใกล้เคียง
โทร: –
8. คลองบางหลวง & บ้านศิลปิน
คลองบางหลวง อีกมุมในกรุงเทพฯ ที่น่าหลงใหล ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดสงบด้วยการเดินเล่นช้า ๆ ไปตามทางเดินไม้ริมคลอง พร้อมแวะชมบ้านศิลปิน แกลเลอรีและเวิร์กช็อปศิลปะที่ยังคงกลิ่นอายของบ้านไม้เก่าได้อย่างมีเสน่ห์ ที่นี่มีทั้งการแสดงหุ่นละคร งานคราฟต์ และคาเฟ่เล็ก ๆ ให้คุณซึมซับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมควบคู่ไปกับแรงบันดาลใจจากงานศิลป์ร่วมสมัยในบรรยากาศแสนอบอุ่น

แนะนำเวลา: 13:00 – 16:00 น.
พิกัด: 309 ซอยเพชรเกษม 28 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/4Gwcty11mZV9akPN8
เวลาเปิดทำการ: 10:00 – 18:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: สามารถจอดได้บริเวณถนนใกล้เคียง
Facebook: บ้านศิลปิน คลองบางหลวง Artist House Bangkok
โทร: 084-880-7340
3. เที่ยวโซน “ธนบุรี–ตลิ่งชัน” เสาร์อาทิตย์ทั้งวัน
ธนบุรีและตลิ่งชันเป็นพื้นที่ที่ยังรักษาวิถีชีวิตริมคลองไว้ได้ดี การท่องเที่ยวในย่านนี้จะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากใจกลางเมือง ด้วยความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เข้มข้น
9. ตลาดน้ำตลิ่งชัน
ตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นตลาดน้ำที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิม และบรรยากาศคลาสสิกริมคลองได้อย่างดี ที่นี่ มีการค้าขายบนเรือยังคงดำเนินอยู่เหมือนในอดีต พร้อมกลิ่นหอมของอาหารพื้นบ้านที่ลอยตามน้ำมาแต่ไกล ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวมะม่วง ก๋วยเตี๋ยวเรือ หรือผลไม้ตามฤดูกาล ตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นจุดหมายของคนที่อยากหลีกหนีความเร่งรีบ เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตริมคลองแบบไทย ๆ

แนะนำเวลา: 9:00 – 12:00 น.(เฉพาะเสาร์ – อาทิตย์)
พิกัด: 333 ถนน ชักพระ แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/T9B18fEi7CX99Xi79
เวลาเปิดทำการ: 8:00 – 17:00 น. ( (เฉพาะเสาร์ – อาทิตย์)
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: บริเวณตลาด
Facebook: ตลาดน้ำตลิ่งชัน-Taling Chan Floating Market
โทร: 085-832-1918
10. ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
อีกหนึ่งสถานที่สำหรับผู้ที่ต้องการพักใจจากความวุ่นวาย มาสัมผัสชีวิตสโลว์ไลฟ์ในแบบไทย ๆ ตลาดบ้านสวนเล็ก ๆ ฝั่งธนฯ ก็เป็นสถานที่ที่น่าสนใจ ที่นี่อบอวลด้วยกลิ่นอายธรรมชาติและวิถีชีวิตพอเพียง เดินชิลล์ริมคลองแวะชิมอาหารท้องถิ่น ซื้อผักปลอดสารพิษสดจากสวน และของแฮนด์เมดน่ารัก ๆ บรรยากาศเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์แบบชุมชนแท้ ๆ

แนะนำเวลา: 10:00 – 13:00 น. (เฉพาะเสาร์ – อาทิตย์)
พิกัด: 30/1 หมู่ที่ 15 ถนน บางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/QkvVwvom19YXXkYc7
เวลาเปิดทำการ: 8:00 – 17:00 น. (เฉพาะเสาร์ – อาทิตย์)
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: สามารถจอดได้บริเวณตลาด
Facebook: ตลาดน้ำคลองลัดมะยม – Ladmayom Floating Market
โทร: 02-422-4270
11. Street Art ย่านเจริญกรุง
จากย่านเก่าริมเจ้าพระยาสู่แหล่งศิลปะร่วมสมัยสุดฮิป เจริญกรุงถูกรีแบรนด์ใหม่ให้กลายเป็น Art District ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมวินเทจและสตรีทอาร์ตสีสันสดใสบนผนังอาคารเก่า ที่นี่สะท้อนรากวัฒนธรรมจีน และไทยผ่านภาพวาดที่มีเรื่องราว ใครชอบเดินเล่นถ่ายรูป เที่ยวแบบอินกับเมือง ย่านนี้คือจุดหมายห้ามพลาด ทั้งภาพศิลป์ คาเฟ่เท่ ๆ และกลิ่นอายความคลาสสิกที่ไม่เคยจางหายไปจากกรุงเทพฯ

แนะนำเวลา: 16:00 – 18:00 น.
พิกัด: ซอย เจริญกรุง 32 แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/GEQrsikCaWnWKQ4V8
เวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: สามารถจอดได้บริเวณถนนใกล้เคียง
โทร: สำนักงานเขตบางรัก 02-234-1151
4. ที่เที่ยวกรุงเทพ วัยรุ่น ใจกลางเมือง เที่ยวได้ทั้งวัน
สำหรับวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางที่สะดวกสบาย การท่องเที่ยวใจกลางเมืองที่เชื่อมต่อกับระบบขุนขนส่งมวลชนเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม พื้นที่เหล่านี้ผสมผสานความทันสมัยกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลงตัว
12. เยาวราช (ไชน่าทาวน์)
ย่านที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้คือศูนย์รวมวัฒนธรรมจีนที่หยั่งรากลึกกว่า 200 ปี เดินเข้าซอยไหนก็เจอร้านอาหารเด็ด ทั้งแบบดั้งเดิมและแนวใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่ เป็ดย่าง ขนมจีบ หรือเครื่องดื่มไต้หวันสุดฮิต ช่วงเย็นยิ่งคึกคักด้วยแสงไฟ ป้ายภาษาจีน และคิวหน้าร้านที่ยาวเป็นเมตร ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่นักกินห้ามพลาด และเหมาะมากสำหรับสายถ่ายภาพสตรีทที่ชอบแสงนีออนกับบรรยากาศแบบเมืองเก่าที่มีชีวิต
แนะนำเวลา: 17:00 – 21:00 น.
พิกัด: ถ. เยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/YDDcHSFZcg9iS7Dt9
เวลาเปิดทำการ: ร้านอาหาร 17:00-01:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: สามารถจอดได้บางบริเวณของอาคารจอดรถใกล้เคียง
การเดินทาง: MRT หัวลำโพง
โทร: –
13. บรรทัดทอง
ที่เที่ยวกรุงเทพ ถนนสายกินของวัยรุ่นยุคนี้ที่อัดแน่นไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขนมเปิดดึกที่ตอบโจทย์ทุกแนว ไม่ว่าจะข้าวแกงไทยดั้งเดิม เบอร์เกอร์ญี่ปุ่น ไปจนถึงขนมโฮมเมดแบบเกาหลีก็มีหมด แถมเดินทางง่ายเพราะอยู่ใกล้ MRT หัวลำโพงและจุฬาฯ ทำให้ที่นี่คึกคักทุกเย็น เหมาะกับการมาเดินเล่น ลองของอร่อย หรือรวมตัวกับเพื่อนแบบไม่เป็นทางการ แต่ได้ฟีลสนุกเต็มที่
แนะนำเวลา: 17:00 – 20:00 น.
พิกัด: แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/A9971D6zaTbyKvFx6
เวลาเปิดทำการ: ร้านอาหาร 16:00 – 23:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: อาคารจอดรถใกล้เคียง
การเดินทาง: BTS สนามกีฬาแห่งชาติ / MRT สามย่าน
โทร: –
14. Marche’ Thonglor
แหล่งรวมของกินสุดชิคที่ผสมผสานความเป็นตลาดยุโรปเข้ากับความเป็นไทยได้อย่างลงตัว ภายในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นพร้อมพื้นที่นั่งแบบโคซี่ มีร้านอาหารสัญชาติหลากหลายให้เลือก ทั้งไทย อิตาเลียน เกาหลี คาเฟ่แนว Specialty coffee และมุมขายเบเกอรี่แฮนด์เมด แถมยังมีโซนฟู้ดคอร์ทนั่งทำงานได้เงียบ ๆ เหมาะสำหรับคนเมืองที่อยากหลีกหนีห้างใหญ่ แต่ยังอยากนั่งชิลล์อยู่ในโซนทองหล่อ
แนะนำเวลา: 13:00 – 16:00 น.
พิกัด: 150 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/xNHoFp3KjG2Y7CEg8
เวลาเปิดทำการ: 10:00 – 00:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: ชั่วโมงแรกฟรี
การเดินทาง: BTS ทองหล่อ
เว็บไซต์: www.marchethonglor.com / Marche’ Thonglor
โทร: 095-2079477
15. ตลาดนัดจตุจักร
ที่เที่ยวกรุงเทพ ตลาดนัดจตุจักรคือสวรรค์ของสายช้อป ไม่ว่าจะเสื้อผ้าวินเทจ ต้นไม้หายาก ของแต่งบ้านแปลกตา หรือของแฮนด์เมดหายาก ตลาดนัดสุดคลาสสิกแห่งนี้ก็มีครบจบในที่เดียวท่ีามกลางบรรยากาศคึกคักทุกสุดสัปดาห์ ใครสายถ่ายรูปต้องไม่พลาด เพราะแต่ละโซนมีมุมสวย ๆ เพียบ เดินเพลินจนลืมเวลา แนะนำให้มาแต่เช้าเพื่อลุยนาน ๆ แบบไม่ร้อนเกินไป
แนะนำเวลา: 9:00 – 12:00 น. (เฉพาะเสาร์ – อาทิตย์)
พิกัด: ถนนกำแพงเพชร จตุจักร จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/WNxnwaDYPGJ21vEy5
เวลาเปิดทำการ: 9:00 – 18:00 น. (เสาร์ – อาทิตย์)
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: 20 บาท/วัน
การเดินทาง: MRT กำแพงเพชร, BTS หมอชิต
เว็บไซต์: www.chatuchakmarket.org
โทร: –
16. สวนเบญจกิติ
แม้กรุงเทพฯ จะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ก็ยังมีมุมสงบซ่อนตัวอยู่กลางเมืองอย่าง สวนเบญจกิติ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้มาพักใจและใกล้ชิดธรรมชาติ สวนแห่งนี้โดดเด่นด้วยเส้นทางเดิน-ปั่นจักรยานที่โอบล้อมทะเลสาบขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยต้นไม้ร่มรื่นและพื้นที่สีเขียวแบบ Wetland ที่ทำให้คุณลืมไปเลยว่ากำลังอยู่ใจกลางเมือง เหมาะกับทั้งการออกกำลังกาย ถ่ายรูป หรือแค่นั่งชิลล์รับลมเย็นในช่วงเย็นของวัน
แนะนำเวลา: 16:00 – 18:00 น.
พิกัด: ถ. รัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/6xjLv9subwNhVRag8
เวลาเปิดทำการ: 5:00 – 21:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: ฟรี
การเดินทาง: MRT เพชรบุรี
เว็บไซต์: สวนเบญจกิติ
โทร: –
17. สวนลุมพินี
ต่อจากสวนเบญจกิติ เราไปแวะพักที่สวนลุมพินี อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายคลาสสิกของสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศ ด้วยพื้นที่กว้างขวางและเงียบสงบ สวนแห่งนี้เป็นที่รวมตัวของคนรักกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง โยคะ หรือพายเรือในทะเลสาบ ท่ามกลางธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ ทั้งฝูงตะพาบน้ำและสัตว์ท้องถิ่นที่อยู่ร่วมกับคนเมืองอย่างกลมกลืน นับเป็นอีกมุมพักผ่อนที่ไม่ควรพลาดในวันว่าง
แนะนำเวลา: 8:00 – 10:00 น.
พิกัด: แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/uJbZAwa6PSJtGoy28
เวลาเปิดทำการ: 4:30 – 22:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่จอดรถ: สามารถรองรับรถยนต์ได้ประมาณ 200 คัน
การเดินทาง: MRT ลุมพินี / BTS ศาลาแดง
โทร: –
18. SkyWalk Mahanakhon (มหานคร สกายวอล์ค)
ถ้าอยากเห็นกรุงเทพฯ จากมุมสูง ลองแวะไปที่ Mahanakhon SkyWalk จุดชมวิวที่สูงที่สุดในไทย ณ ชั้น 78 ของตึกมหานคร คุณจะได้เห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา พร้อมไฮไลต์อย่าง “Glass Tray” พื้นกระจกใสที่ท้าความกล้าและกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปิดท้ายด้วยการจิบเครื่องดื่มบน Rooftop Bar ท่ามกลางแสงเย็นที่สาดสะท้อนตึกระฟ้า
แนะนำเวลา: 17:00 – 19:00 น.
พิกัด: 114 ถนน นราธิวาสราชนครินทร์
หากคุณอยากเที่ยวอย่างมีสไตล์ พร้อมชมวิวเจ้าพระยาแบบเต็มอิ่มและลิ้มรสสตรีทฟู้ดแท้ ๆ ของกรุงเทพฯ แนะนำให้เริ่มต้นการเดินทางด้วยแพ็กเกจ ล่องเรือแม่น้ำ เจ้าพระยา จาก Tech Travel ที่จะพาคุณผ่านแลนด์มาร์กสำคัญอย่างวัดพระแก้ว วัดอรุณ วัดโพธิ์ และอีกมากมาย พร้อมไกด์ผู้เชี่ยวชาญ และเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด